วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

วัดพระแก้วดอนเต้า





วัดพระแก้วดอนเต้า หรือ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม ตั้งอยู่ที่ตําบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง วัดพระแก้วดอนเต้าเป็นวัดที่เก่าแก่และสวยงาม มีอายุนับพันปี เคยเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ตั้งแต่ปี พ.ศ.1979 เป็นเวลานานถึง 32 ปี เหตุที่วัดพระแก้วดอนเต้าได้ชื่อว่า วัดพระแก้วดอนเต้า มีตํานานกล่าวว่า นางสุชาดา ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (ภาษาเหนือเรียกว่าหมากเต้า) และนำมา ถวายเจ้าอาวาส เพื่อแกะสลักเป็นพระพุทธรูป ซึ่งก็คือ พระแก้วดอนเต้า ต่อมาถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุ ลําปางหลวง จนถึงปัจจุบัน  ปูชนียสถานที่สําคัญในวัดพระแก้วดอนเต้า ได้แก่ พระเจดีย์องค์ใหญ่ บรรจุพระเกศาธาต ุของพระพุทธเจ้า มณฑปศิลปะพม่า ลักษณะงดงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ วิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ที่มีอายุเก่าพอๆกับวัดนี้ นอกจากนี้ยังมี วิหารหลวงและพิพิธภัณฑสถานแห่งล้านนา การเดินทางไปยังวัดพระแก้วดอนเต้า ต้องข้ามสะพานรัชฎาภิเษกแล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนพระแก้ว ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรจะเห็นองค์พระธาตุ ตั้งเด่นอยู่ บนเนิน วัดพระแก้วดอนเต้า เป็นที่ตั้งของพระบรมธาตุดอนเต้าซึ่งเป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้ามณฑปศิลปะพม่า ลักษณะงดงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่และวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งมีอายุเก่าแก่พอๆกับการสร้างวัดนี้ นอกจากนี้ยังมีวิหารหลวงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติล้านนาและวิหารพระเจ้าทองทิพย์
  เมื่อ พ.ศ.1979 พระเจ้าสามฝั่งแกนเจ้าเมืองเชียงใหม่ ทรงจัดขบวนแห่เพื่อรับพระแก้วมรกตจากเชียงรายไปเชียงใหม่ แต่ขบวนแห่มาถึงทางแยกที่จะไปนครลำปาง ช้างที่รับเสด็จพระแก้วมรกตวิ่งตื่นไปทางเมืองลำปาง แม้หมอควาญจะขู่เข็ญเล้าโลมประการใดก็ไม่ยอมไปทางเชียงใหม่ ในที่สุดพระเจ้าสามฝั่งแกนก็ต้องยอมให้อัญเชิญพระแก้วมรกต ประดิษฐานไว้ ณ วัด พระแก้วดอนเต้า ประทับอยู่วัดนี้เป็นเวลา 32 ปี ครั้นลุ พ.ศ.2011 พระเจ้าติโลกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปเชียงใหม่
วัดสุชาดารามสร้างขึ้นราว พ.ศ.2325-2352 เมื่อครั้งชาวเชียงแสนถูกกวาดต้อนมาตั้งชุมชนในเมืองเขลางค์ เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของนางสุชาดาหลังจากได้รับโทษประหารชีวิตด้วยความเข้าใจผิดและมาปรากฎความจริงในภายหลัง เชื่อกันว่าที่ตั้งของวัดแห่งนี้คือบ้านและไร่แตงโมของ เจ้าแม่สุชาดาในอดีต ต่อมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2527 กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการรวมวัดสุชาดารามเข้ากับวัดพระแก้วดอนเต้า และเรียกวัดแห่งนี้ว่า วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม
       อุโบสถวัดสุชาดารามเป็นสถาปัตยกรรมแบบพื้นเมืองฝีมือช่างเชียงแสน มีลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ประดับด้วยภาพจิตรกรรมลายไทยลงรักปิดทอง ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยบนฐานชุกชี อุโบสถแห่งนี้ได้ทำการบูรณะเมื่อ พ.ศ.2465 พ.ศ.2503 และในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 ปี

เหตุที่วัดนี้ได้ชื่อว่าวัดพระแก้วดอนเต้า มีตำนานกล่าวว่า นางสุชาดา ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (หมากเต้า) และนำมาถวายพระเถระรูปนั้นจึงจ้างช่างให้นำมรกตนั้นไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูปซึ่งก็คือ พระแก้วดอนเต้า ซึ่งต่อมาได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุลำปางหลวงสาเหตุจากตำนานบอกว่า มีผู้ไปฟ้องเจ้าเมืองลำปางในขณะนั้นว่า พระเถระและนางสุชาดาเป็นชู้กัน เจ้าเมืองลำปางจึงให้จับนางสุชาดาไปประหารชีวิต ส่วนพระเถระองค์นั้นทราบข่าวก็ได้อัญเชิญพระพุทธรูปหนีไป โดยได้นำไปฝากไว้ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงจนถึงปัจจุบัน ส่วนสถานที่ตั้งบ้านของนางสุชาดาก็ได้มีผู้มีจิตศรัทธาในคุณงามความดีของนาง บริจาคเงินสร้างวัดขึ้นชื่อวัดสุชาดาราม แต่มีบางสันนิษฐานบอกว่าเนื่องจากวัดพระแก้วดอนเต้า และ วัดสุชาดาราม นั้นร้างลง แต่บางที่ก็มีการสันนิษฐานเพิ่มว่า น่าจะเป็นเพราะย่านนี้เป็นสวนหมากเต้า และเป็นที่ดอน จึงชื่อพระธาตุว่า พระบรมธาตุดอนเต้า และชื่อวัดว่า วัดพระธาตุดอนเต้า และต่อมาเมื่อมีการประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า จึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดพระแก้วดอนเต้า

วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

รูปไม่หล่อมีสิทธิไหมครับ


การปลูกต้นอ่อนทานตะวัน

วิธีเพาะเมล็ดงอกทานตะวัน
1. เตรียมวัสดุเพาะ ได้แก่ขุยมะพร้าวร่อน 4 ส่วน ขี้เถ้าแกลบร่อน 1 ส่วน หรือจะใช้ขุยมะพร้าวร่อน กับดินร่อน 1 ต่อ 1 ก็ได้ นำมาผสมให้เข้ากัน
2.  แช่เมล็ดทานตะวันในน้ำอุ่นทิ้งไว้ 1 คืน หรืออย่างน้อย 8 ชั่วโมง
3. นำวัสดุปลูกใส่ภาชนะ  เช่นตะกร้าขนมจีน หรือตะกร้าที่มีตาถี่ หากไม่มีก็สามารถใช้ภาชนะปลูกอะไรก็ได้ แต่ขอให้มีรูระบายน้ำ โดยแนะนำให้ใส่วัสดุเพาะประมาณ ¾ ส่วนของภาชนะ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
4.  โรยเมล็ดทานตะวันที่แช่น้ำแล้ว เกลี่ยให้ทั่วแล้วโรยขุยมะพร้าวที่เหลือกลบด้านหน้าเล็กน้อย รดน้ำให้ชุ่มอีกครั้ง
นำไปวางไว้ในที่ร่ม รดน้ำเช้า-เย็น อดใจรอประมาณ 4-5 วันก็สามารถตัดมากินได้ แต่เมล็ดทานตะวันจะงอกได้เพียงครั้งเดียว ดังนั้นถ้าติดใจก็ต้องเตรียมเพาะกันใหม่อีกรอบนะคะ 
ขอฝากไว้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ใครที่อยากจะลองกินเมล็ดทานตะวันเพาะงอก เวลาไปหาซื้อเมล็ดพันธุ์ก็ขอให้พิถีพิถันสักหน่อย คือให้เลือกเมล็ดทานตะวันที่ไม่มีการเคลือบหรือคลุกยากันแมลงมา วิธีดูก็สังเกตสี โดยปกติเมล็ดจะเป็นสีดำ แต่ถ้าคลุกยาเราก็มักจะเห็นเป็นสีออกขาวๆ หากนำมาเพาะกินก็อาจเป็นอันตรายได้นะคะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน 
ส่วนเรื่องเมนูอาหาร สุดเเท้เเต่ใครจะสร้างสรรค์เลยค่ะ ต้นอ่อนเมล็ดงอกเหล่านี้สามารถกินได้ทั้งเเบบสด คือกินเเนมกับน้ำพริก กินกับน้ำสลัด หรือจะนำไปลวก ไปต้มจืด ไปผัก ไปเเกงก็ได้ทั้งนั้นค่ะ
ทานตะวันงอก หรือต้นอ่อนทานตะวัน (Sunflower Sprout) จากการเพาะเมล็ดดอกทานตะวัน เป็นผักทางเลือกใหม่ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงทีเดียว มีโปรตีนสูงกว่าถั่วชนิดอื่น ๆ มีวิตามินหลายชนิดทั้ง วิตามินเอ วิตามินอี ที่สามารถช่วยบำรุงสายตา และผิวพรรณ วิตามินบี 1 บี 6 บี 12 ที่ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อมด้วย
          ทานตะวันงอกจะมีกลิ่นหอม กรอบ และมีรสชาติหวาน สามารถกินได้ทั้งแบบสด หรือจะนำไปปรุงอาหารเป็นเมนูอร่อย ๆ ได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ใส่ในสลัดหรือยำแซบ ๆ จะนำไปผัดเป็นเมนูทานตะวันงอกผัดน้ำมันหอย ทำอาหารประเภทต้มและแกง จับใส่ลงในแกงจืด แกงส้ม แกงเลียง หรือใส่ในก๋วยเตี๋ยวแทนถั่วงอกก็อร่อย หรือจะนำไปทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพก็ได้ด้วย







กศน.ตำบลหลวงหนือ

ประวัติความเป็นมาของกศน.ตำบลหลวงเหนือ
          กศน.ตำบลหลวงเหนือเดิมใช้ชื่อ  ศูนย์การเรียนชุมชนตำบลหลวงเหนือ  ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนให้แก่กลุ่มเป้าหมายในเขตตำบลหลวงเหนือ
          พ.ศ.2549  สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดลำปาง (เดิมศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดลำปาง  สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน) มีนโยบายให้ขยายการให้บริการสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันตาม พรบ.การศึกษาชาติ กำหนดให้ กศน.มี ศูนย์การเรียนประจำตำบลทุกตำบล
          กศน.ตำบลหลวงเหนือ จึงเริ่มก่อตั้งโดยได้รับอนุญาตให้ใช้อาคารของ อส. ให้จัดตั้งเป็น ศูนย์การเรียนชุมชนตำบลหลวงเหนือ,หลวงใต้ (ยังดำเนินกิจกรรมรวม 2 ตำบล)  โดยได้รับอนุญาตจากนายอำเภองาวให้ใช้อาคารกองร้อยอาสาสมัครเก่ารมรวม รียนชุมชนตำบลหลวงเหนือ,หลวงใต้อาคารของ อส.งเรียน จนกระทั่งในปัจจุบันได้มีการจัดตั้งเป็นกศน.ตำบลหลวงเหนือ มีนางสาวธนิตา  ชายป่า เป็นครู ศรช. ประจำกศน.ตำบลหลวงเหนือ

ประวัติความเป็นมาตำบลหลวงเหนือ
          เดิมทีเดียว  ตำบลหลวงเหนือเป็นที่ตั้งตั้งตัวเมืองเงิน  หรือเมืองงาว  ในราวปีพ.ศ. ๒๕๗๒  เมื่อเขลางค์นครหรือนครลำปาง  มีเจ้าผู้ครองนครแล้ว  เมืองงาวที่เคยขึ้นต่อพะเยา  ได้รวมกันขึ้นตรงต่อนครลำปาง  และเจ้าผู้ครองนครลำปาง  ได้ใช้เมืองงาวนี้เป็นเมืองหน้าด่าน  หรือด่านหน้า  ป้องกันข้าศึกสมัยนั้น(ส่วนมากเป็นพวกเงี้ยว,ฮ่อและพม่า  ที่ขยายอำนาจและอิทธิพลมายึดครองหัวเมืองต่างๆทางภาคเหนือ  ส่วนหนึ่งที่เรียกว่าแคว้นลานนาไทย)  นครลำปางเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นลานนาไทย  แต่ทว่าได้กู้อิสรภาพจากพม่ามีเจ้าปกครองเอง  และอาศัยบารมีเจ้าทางใต้คอยคุ้มกัน
          สมัยรัตนโกสินทร์  ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๕)  เปลี่ยนระบบการปกครองแบบเจ้าผู้ครองนคร  ระยะแรก  ยังไม่สามารถส่งข้าราชการมาปกครองต่งพระเนตรพระกรรณได้นั้น  ก็ให้ผู้ครองนคร  ช่วยตั้งบุคคลที่ไว้ใจและมีคนนับหน้าถือตา  เป็นพ่อเมืองพรางๆก่อน
          คำว่า “หลวง”  หมายถึง “ใหญ่,มากมาย,กว้างขวาง”  เพื่อสะดวกในการปกครองดูแลความทุกข์สุขราษฎร  จึงแบ่งทั้งบ้านและคนที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำงาวเป็นตำบลหลวงใต้  ซึ่งมีประชากรและบ้านเรือนน้อยกว่า  ส่วนทางฝั่งขวาแม่น้ำงาวเป็นตำบลหลวงเหนือ  เพราะมีคนมากกว่าและอยู่ทางทิศเหนือ  ด้วยเหตุที่มีประชาชนและบ้านเรือนตั้งอยู่ในฝั่งขวามากกว่า  ฝั่งขวาเป็นที่ตั้งของคุ้มหลวง  คือที่อยู่ของพ่อเมืองครั้งสุดท้าย   ผู้คนจึงอพยพตามมาจากบ้านห่าง(บริเวณวัดนาค,วัดนิโครต เดิม) มาอยู่ฝั่งขวาใกล้กับพ่อเมือง  ซึ่งมีฐานะดุจนายอำเภอในปัจจุบัน
          สมัยมีนายอำเภองาวคนที่๖  คือ  ขุนประเทศอุตรทิศ(รศ.๑๓๐  ถึง พ.ศ. ๒๔๕๖)ผู้ที่เป็นกำนันคนแรกของตำบลหลวงเหนือ  ชื่อนายยศ  คนต่อมาชื่อนายคำ  ต่อมาสมัยนายอำเภอขุนประสานสุขประชา(พ.ศ. ๒๔๕๗ – ๒๔๖๔ ) มีกำนันคนใหม่มียศเป็นขุน  ขุนเหนือนรการ  ซึ่งสมัยนี้มีการปกครองระบบเทศาภิบาลแล้ว  ตำบลหลวงเหนือมีสภาพท้องที่เจริญกว่าตำบลอื่นๆ  เพราะเป็นตำบลที่ตั้งของที่ว่าการอำเภองาว  มีย่านชุมชน  ย่านการค้าขาย(ตลาด)และสมัยต่อทาเป็นเขตสุขาภิบาลดอนไชย(ปัจจุบัน คือ เทศบาลตำบลหลวงเหนือ)

          ปัจจุบัน  ตำบลหลวงเหนือ  ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลหลวงเหนือ  เป็นจุดศูนย์กลางที่ตั้งของหน่วยงานสำคัญๆ  เช่น  สถานีตำรวจภูธรงาว  ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข  ธนาคารออมสิน  โรงพยาบาลประจำอำเภอ    โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ธนาคารทหารไทยเป็นต้น